ชวนปัดฝุ่นลิสต์ท่องเที่ยวฮ่องกง กับแคมเปญ “ฮ่องกง 360 องศา” การผจญภัยครั้งใหม่ในทุกมุมมองปี 2022

ชวนปัดฝุ่นลิสต์ท่องเที่ยวในฮ่องกง กับแคมเปญฮ่องกง 360 องศา กับการผจญภัยครั้งใหม่ในทุกมุมมองปี 2022

หากจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างแดนยอดนิยมของคนไทย หนึ่งในนั้นต้องมี “ฮ่องกง” รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน เนื่องจากใช้เวลาเดินทางไม่นานมาก วันนี้ขออาสามาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่เกาะฮ่องกงแบบครบวงจร 360 องศา “New Adventures at Every Turn” ในปี 2022 เพื่ออัพเดทสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มีการอัปเกรดตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เตรียมพร้อมเมื่อฮ่องกงเปิดพรมแดนอย่างเป็นทางการ รับประกันว่ามีครบหมดทุกแนว ตั้งแต่การชมเมือง ชมงานศิลปะและวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง เที่ยวสวนสนุก สวนน้ำ ชมธรรมชาติ ชิมอาหารอร่อย ๆ ฯลฯ ใครอยากไปเที่ยวที่ไหนปักหมุดล่วงหน้าเอาไว้ได้เลย!

– ชมงานศิลปะและวัฒนธรรม –

เริ่มต้นด้วยการเอาใจสายอาร์ตกันก่อน ด้วยการกลับมาของฮ่องกง พร้อมตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางศิลปะด้วยการเที่ยวชมแหล่งงานศิลปะและวัฒนธรรมต่าง ๆ ใหม่ ที่อัดแน่นไปทั่วทั้งเมือง

West Kowloon Cultural District (WKCD) เขตวัฒนธรรมเกาลูนตะวันตก : ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในฮ่องกงที่สายอาร์ตไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะและวัฒนธรรมขนาดใหญ่กว่า 250 ไร่ เป็นศูนย์กลางทางศิลปะนานาชาติของฮ่องกง นอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ริมทะเลแล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินกับนิทรรศการทางวัฒนธรรมต่าง ๆ มากมาย มีพิพิธภัณฑ์ล้ำสมัย สถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัล งานฝีมือดั้งเดิม มีการแสดงดนตรีสด ภาพยนตร์อินดี้ อุปรากรจีน ฯลฯ มีจุดชมวิวใหม่ที่แสนสวยงาม และเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกอันงดงามที่ห้ามพลาด

เขตวัฒนธรรมเกาลูนตะวันตก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

– พิพิธภัณฑ์ M+ : เป็นพิพิธภัณฑ์ระดับโลกแห่งแรกของเอเชียที่จัดแสดงวัฒนธรรมร่วมสมัยในศตวรรษที่ 20 และ 21 บนพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ 17,000 ตารางเมตร ซึ่งมีห้องนิทรรศการ 33 ห้อง โรงละคร 3 แห่ง ศูนย์มัลติมีเดีย อาคารอเนกประสงค์ ร้านค้าพิพิธภัณฑ์ ร้านกาแฟ และสวนบนชั้นดาดฟ้าที่สามารถชมวิวท่าเรือวิคตอเรียอันแสนสวยงามได้แบบฟรี ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ไม่ควรพลาด

– Hong Kong Palace Museum (HKPM) พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง : สถานที่ห้ามพลาดของผู้ชื่นชอบศิลปะและวัฒนธรรม มีการจัดแสดงโบราณวัตถุหายาก เครื่องสังคโลกจีนชื่อดัง งานศิลปะระดับโลกกว่า 900 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์พระราชวังในกรุงปักกิ่ง (Palace Museum in Beijing) และจัดแสดงงานศิลปะล้ำค่า 13 ชิ้นที่นำมาจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

– Freespace : ศูนย์ศิลปะจัดแสดงงานร่วมสมัยแห่งใหม่ของฮ่องกง เป็นที่ตั้งของ The Box ซึ่งเป็น Blackbox Theatre ที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง มีสถานที่อเนกประสงค์อย่าง The Room และ The Studio รวมทั้งมีจุดแวะเติมพลังนั่งดื่มคราฟต์เบียร์ ค็อกเทล ของว่าง และชมการแสดงดนตรีสดได้อีกด้วย

– โรงอุปรากรจีน Xiqu Centre : ใครที่มีญาติผู้ใหญ่ชอบดูงิ้ว หรือชื่นชอบเองเป็นการส่วนตัว นี่คือสถานที่ห้ามพลาด สำหรับศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งใหม่ในฮ่องกง มีโรงอุปรากร 2 โรง ซึ่งจัดแสดงโอเปร่ากวางตุ้งโดยเฉพาะ รวมถึงอุปรากรจีนดั้งเดิมรูปแบบอื่น ๆ (หรือที่คนไทยเรียกว่า งิ้ว) โรงละครแห่งนี้ใช้เทคนิคการหมุนเวียนอากาศภายในตัวอาคาร ติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพื่อลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ตัวอาคารสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของอ่าววิคตอเรียได้อย่างชัดเจน

– West Kowloon Promenade ทางเดินริมน้ำเกาลูนตะวันตก : สำหรับสายชิล การได้เดินเล่นที่ทางเดินริมทะเลซึ่งทอดยาวไปตามอ่าววิคตอเรีย ขนาบข้างด้วยพื้นที่โล่งที่มีต้นไม้ พืชพันธุ์ และสนามหญ้าสีเขียวขจี เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด เป็นสถานที่ ๆ เหมาะแก่การวิ่งออกกำลังกาย นั่งปิคนิค ถ่ายภาพอ่าวและภาพพระอาทิตย์ตก ด้วยวิวทิวทัศน์ที่ไร้สิ่งกีดขวาง ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ ๆ วิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง

นอกเหนือจาก WKCD แล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับชมงานศิลปะและวัฒนธรรมในฮ่องกง อีกหลายแห่งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น

Hong Kong Museum of Art (HKMoA) พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮ่องกง : เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่สายอาร์ตต้องมาเยือน เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะสาธารณะแห่งแรกในฮ่องกง ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 มีการปิดปรับปรุงในปี ค.ศ. 2015 ก่อนกลับมาเปิดให้เข้าชมอีกครั้งเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2019 หลังจากที่มีการขยายและปรับปรุงใหม่เป็นเวลา 4 ปี ปัจจุบัน HKMoA เก็บรักษาผลงานศิลปะกว่า 17,000 ชิ้น มีจิตรกรรมจีนโบราณ วัตถุโบราณ ภาพวาดศิลปะสมัยใหม่ ตั้งอยู่ติดทะเลจิมซาจุ่ย

Tai Kwun ต่ายกู๋น : แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เปิดบริการใจกลางย่านโซโหในปี ค.ศ. 2018 จากการแปลงโฉมอาคาร 16 หลังที่ประกอบไปด้วย สำนักงานตำรวจเก่า Central Police Station สำนักงานคณะผู้พิพากษากลาง และเรือนจำวิคตอเรียเก่า ให้กลายเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของที่นี่ คือเรือนจำเก่า ที่แสดงให้เห็นห้องขังที่ทั้งเล็กและคับแคบ ซึ่งเคยขังนักโทษหลายพันคน นอกจากนี้ยังมีการสร้างอาคารใหม่ 2 หลัง ได้แก่ JC Contemporary ซึ่งเป็นอาคารหอศิลป์ร่วมสมัย และ JC Cube ซึ่งเป็นอาคารหอประชุมสำหรับการแสดงผลงานศิลปะ การฉายภาพยนตร์ และกิจกรรมทางการศึกษา นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารและคาเฟ่มากมายตั้งเรียงรายอยู่ โดย ต่ายกู๋น ได้รับรางวัล UNESCO Asia-Pacific Awards for Cultural Heritage Conservation ในปี ค.ศ. 2019

สตรีทอาร์ต : ฮ่องกง ถือเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยสตรีทอาร์ตสีสันสดใส ที่สามารถเดินชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้อย่างเต็มอิ่ม ภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้จะได้รับการฟื้นฟูเป็นครั้งคราวโดยศิลปินข้างถนนที่มีชื่อเสียงและกลุ่มศิลปะต่าง ๆ ทำให้ฮ่องกงมีการจัดแสดงศิลปะแนวสตรีทในชื่อ HKWALLS เป็นประจำทุกปี ซึ่งจัดโดยองค์กรไม่แสวงหากำไร เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 เปิดโอกาสให้ศิลปินท้องถิ่นชาวฮ่องกง ศิลปินต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง รวมถึงศิลปินนานาชาติที่เดินทางครึ่งค่อนโลกเพื่อมาร่วมแสดงฝีมือ ซึ่งมีศิลปินชาวไทยไปร่วมโชว์ฝีมือด้วย

– สำรวจธรรมชาติ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง –

ภาพลักษณ์ของฮ่องกงที่มีต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่มักนึกถึงแต่ตึกสูงระฟ้าที่เบียดเสียดกัน แต่จริง ๆ แล้ว ฮ่องกงมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น ๆ

หลังจากเอาใจสายอาร์ตไปแล้ว ได้เวลาเอาใจสายรักธรรมชาติและสายแอดเวนเจอร์กันบ้าง กับกิจกรรมกลางแจ้งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นกีฬากลางแจ้งที่ให้ได้ลองเล่นแบบกิจกรรมครอบครัวไปจนถึงกิจกรรมกีฬา Extreme หรือการท่องเที่ยวไปตามเกาะรอบนอก เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงาม เรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิม เยี่ยมเยือนสถานที่ท่องเที่ยวแบบ Unseen ที่มีอยู่มากมาย อย่างเช่น

Sai Kung ไซกง : มีอาณาเขตใหญ่เป็นอันดับ 2 ของฮ่องกง ถูกยกให้เป็น “สวนหลังบ้านของฮ่องกง” เพราะมีหมู่บ้านชาวประมง ทัศนียภาพอันสวยงาม เส้นทางเดินเขา ชายหาดและเกาะต่าง ๆ ไซกงไม่ได้ขึ้นชื่อแค่อาหารซีฟู้ดสดใหม่เท่านั้น หากออกจากเขตตัวเมืองจะสามารถไปเดินขึ้นเขาชมธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ Sai Kung Country Park ที่เป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกแห่งฮ่องกง มีเขตหินภูเขาไฟไซกงที่มีภูเขาหินอันน่าตื่นตาตื่นใจ และเขตหินชั้นในทางตะวันออกเฉียงเหนือ Ung Kong Group รวมทั้งมี Ninepin Group หมู่เกาะและเกาะเล็กเกาะน้อย 2 กลุ่มที่แยกออกจากกัน มีเสาหินหกเหลี่ยมหายากที่ก่อตัวขึ้นจากเถ้าภูเขาไฟทับถมกัน และลาวาที่เย็นตัวลงหลังจากการปะทุของภูเขาไฟยักษ์เมื่อ 140 ล้านปีก่อน รวมทั้งมีผืนน้ำใสแจ๋ว ซึ่งเป็นสถานที่อันเหมาะสำหรับการพายเรือคายัคและการยืนพาย (SUP) หรือจะทำกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ อย่างการตกปลา ว่ายน้ำ ดำน้ำ ก็ได้

นอกจากนั้น ยังมีอุทยานทางทะเล Hoi Ha Wan ที่มีปะการัง 60 ชนิด และปลาในแนวปะการัง 120 สายพันธุ์ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเขา MacLehose ยาว 100 กิโลเมตรอันโด่งดังให้ได้ไปเยี่ยมชมด้วย

Lai Chi Wo ไหลฉือหวอ : หมู่บ้านของคนจีนแคะ (Hakka) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ถูกสร้างขึ้นเมื่อสามศตวรรษก่อน มีบ้านเรียงรายอยู่บนเนินเขา 211 หลัง สวยงามราวกับภาพวาด มีกำแพงรั้วด้านหน้าซึ่งขนาบข้างด้วยพื้นที่ป่าทึบที่เรียกว่าป่า “ฮวงจุ้ย” ซึ่งชาวบ้านปลูกต้นไม้ตามหลักฮวงจุ้ยในการใช้ชีวิตให้กลมกลืนกับธรรมชาติ โดยหวังว่าจะนำโชคดีและความมั่งคั่งมาให้ ป่าไม้รูปพระจันทร์เสี้ยวนี้เป็นที่อยู่ของพืชพื้นเมืองกว่า 100 สายพันธุ์ เป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลประจำปี 2020 จาก UNESCO นอกจากนั้นยังมีศูนย์วัฒนธรรมที่จัดแสดงเรื่องราวในอดีตของเกาะ และป่าชายเลนที่มีเถาวัลย์ห้อยลงมาจากต้นไม้เป็นซุ้มโค้ง เหมาะแก่การถ่ายรูปเซลฟี่ข้างป่าชายเลนอันน่าทึ่งและทิวทัศน์ชายฝั่งที่สวยงามตระการตา

Cheung Chau เกาะเฉิ่งเจ้า : เกาะขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายดัมเบล อัดแน่นไปด้วยเรือประมงที่จอดเทียบท่า และร้านอาหารทะเล นี่คือเกาะที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพราะมีการจัดงานเทศกาลซาลาเปาประจำปีที่จตุรัสหน้าวัด Pak Tai หนึ่งในวัดลัทธิเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดในฮ่องกง  ให้ผู้มาแข่งขันปีน “หอคอยซาลาเปา” เพื่อแย่งชิงซาลาเปากัน งานนี้ยิ่งใหญ่จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมประจำชาติของจีน

วิธีสำรวจเกาะเฉิ่งเจ้าที่ดีที่สุดคือการปั่นจักรยานรอบเกาะ ชมวิวทิวทัศน์ ที่พลาดไม่ได้คือการแวะซื้อซาลาเปาที่ Kwok Kam Kee ร้านซาลาเปาที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะ มีศูนย์วินด์เซิร์ฟตั้งอยู่ สามารถเล่นกีฬาได้หลายชนิด อาทิ พายเรือยืน (SUP) พายเรือคายัค และไคท์เซิร์ฟ

Peng Chau เกาะเผิงเชา : มีความหมายตรงตัวว่า เกาะแบน ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยราชวงศ์ชิง อีกทั้งเป็นที่ตั้งของโรงงานและธุรกิจขนาดเล็ก ปัจจุบันเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะและร้านกาแฟสุดฮิป ตลอดจนร้านค้าเล็ก ๆ สะดุดตาเพื่อซื้อของกระจุกกระจิกต่าง ๆ

– เที่ยวสวนสนุกระดับโลก –

หลังจากที่ได้ชมศิลปะ วัฒนธรรม สำรวจธรรมชาติ และทำกิจกรรมกลางแจ้งไปแล้ว ได้เวลาที่เราจะไปเที่ยวฮ่องกงในอีกแง่มุม นั่นคือ การเที่ยวสวนสนุกชื่อดัง ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่ 3 ปีที่ผ่านมามีอะไรใหม่บ้าง ต้องลองไปดูกัน

Hong Kong Disneyland : เริ่มต้นที่สวนสนุกระดับโลก “ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์” ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่เด็กและวัยรุ่นทุกคนอยากมาเที่ยวเล่น เนื่องในโอกาสที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์อายุครบ 15 ปี จึงไม่ควรพลาดเยี่ยมชมปราสาท Castle of Magical Dreams เพื่อเพลิดเพลินกับการออกแบบตกแต่งใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากนิทานดิสนีย์ 13 เรื่อง ที่มีบรรดาเจ้าหญิงและราชินีเป็นตัวเอก

พร้อมด้วย Momentous โชว์แสงสีเสียงสุดอลังการ ที่นำเทคโนโลยี projection mapping ฉายไปยังพื้นหลังอย่าง Castle of Magical Dreams ที่ให้เกิดโชว์ที่งดงาม ร่วมด้วยตัวละครจากดิสนีย์และพิกซาร์ที่ทุกคนคิดถึง

Water World Ocean Park : สวนน้ำ Water World Ocean Park ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2021 ซึ่งตั้งอยู่ในสวนสนุก Ocean Park มีทั้งสไลเดอร์สายรุ้ง สระน้ำ และเครื่องเล่นต่าง ๆ ทั้งในร่มและกลางแจ้ง โดยใน Ocean Park เป็นที่ ๆ รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก สวนสัตว์ สวนน้ำ โชว์น้ำพุสุดอลังการ และเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวที่มี 27 เครื่องเล่น อาทิ The Flash, Whirly Bird, Hair Raiser, Mine Train ฯลฯ และยังสามารถพักผ่อนในรีสอร์ตหรู Fullerton Ocean Park ได้อีกด้วย

LEGOLAND Discovery Centre : สวนสนุกเพื่อการเรียนรู้ที่อัดแน่นด้วย 10 โซน อาทิ Kingdom Quest,  Lego Friends, Master Builder Classroom เป็นต้น โดยมีโซนไฮไลต์ Miniland ซึ่งเป็นเมืองเลโก้จำลองที่มีแลนด์มาร์ก และวิวถนนอันเป็นเอกลักษณ์ของฮ่องกง ที่ใช้ตัวต่อเลโก้มากกว่า 1.5 ล้านตัว ใช้ระยะเวลาในการรังสรรค์ขึ้นมากว่า 7,000 ชั่วโมง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในร่มขนาด 30,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้า K11 Musea

– ช้อป ชิม ชิล –

ปิดท้ายการท่องเที่ยวฮ่องกง ด้วยการเอาใจสายช้อปปิ้ง สายกิน และสายชิล กับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่หลากหลาย ตั้งแต่แหล่งช้อปปิ้งทั่วไปจนถึงห้างสรรพสินค้าสุดหรู พบกับสถานที่แฮงเอาต์ใหม่ ๆ ที่มีตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงระดับมิชลินสตาร์

ช้อปปิ้ง

Central Market : ตลาดสดเก่าแก่ที่สุดในฮ่องกงที่ให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1842 และเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ในทศวรรษ 1990 บางส่วนของตลาดก็ค่อย ๆ ถูกเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งตลาดหยุดดำเนินการในปี 2003 หกปีต่อมามีการปรับปรุงสถานที่สำคัญขนาด 11,330 ตารางเมตร ด้วยแนวคิดเชิงอนุรักษ์ ปรับใช้ในเชิงพาณิชย์ วัฒนธรรม และเพื่อชุมชน ด้วยการปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่ช้อปปิ้งทันสมัย มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่มมากมาย เป็นที่ช้อป ชิม ชิล ที่ห้ามพลาดแห่งหนึ่ง

K11 MUSEA : ห้างสรรพสินค้าสุดหรูที่รวบรวมแหล่งช้อปปิ้ง ศิลปะ และวัฒนธรรม เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ตั้งอยู่ใจกลางวิคตอเรีย ด็อคไซด์ (Victoria Dockside) ย่านจิมซาจุ่ย เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 2019 ภายในอาคาร 10 ชั้นของ K11 MUSEA เต็มไปด้วยแบรนด์ดังระดับโลก พร้อมด้วยผลงานศิลปะระดับเวิลด์คลาสที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดแสดง ด้านหน้าอาคารมีสวนแนวตั้งขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนั้นยังมีอัฒจันทร์กลางแจ้งและจอ LED ขนาดยักษ์สูง 25 ฟุต เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ บริเวณชั้น G เป็นที่ตั้งของ Artisan Lounge ที่มีชุด Afternoon Tea ที่ราคาสูงที่สุดในฮ่องกง ควรค่าแก่การมาลิ้มลองเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ยังมีร้านอาหารชื่อดังอย่าง Tominokoji Yamagishi มิชลิน 1 ดาว และร้านดังจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 50 ร้าน

ชิมอาหารรสเลิศ

Yan Toh Heen ยัน โต่ว ฮีน : ร้านอาหารกวางตุ้งที่ได้รับ MICHELIN GUIDE 2022 ระดับ 2 ดาว เปิดสาขาแห่งใหม่ที่ห้าง K11 MUSEA โดดเด่นที่เทคนิคการทำอาหารจีนที่ใช้เวลา วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม และการนำเสนอที่ทันสมัย อาหารทุกจานมีรสชาติซับซ้อนมากกว่าอาหารจีนทั่วไป อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Lau Yui Fai สุดยอดมาสเตอร์เชฟอาหารจีนที่อยู่กับร้าน ยัน โต่ว ฮีน มาตั้งเเต่เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 1984 เมนูเเนะนำขึ้นชื่อมากมาย เช่น เผือกทอดหน้าหอยเป่าฮื้อ, ติ่มซำเกี๊ยวนึ่งพรีเมี่ยม, ซาลาเปาหมูแดง, ไก่ย่างหนังกรอบสูตรเด็ด ฯลฯ

PENICILLIN Bar : ทานอาหารอิ่มกันแล้ว ใครที่อยากหาค็อกเทลดี ๆ ดื่มตบท้าย เราขอแนะนำร้านบาร์แบบ “closed-loop” แห่งแรกของฮ่องกง ที่มีเจ้าของเป็นชาวอินโดนีเซีย เมนูบาร์ของ Penicillin มุ่งเน้นไปที่การลดขยะ และคาร์บอนฟุตปริ้นท์และใช้ส่วนผสมของอาหารและเครื่องดื่มที่หาได้จากท้องถิ่น

พักผ่อนอย่างสบายอารมณ์

AKI Hong Kong – MGallery : โรงแรมบูติกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์มินิมอล ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายในหว่านไจ๋ ใกล้กับศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง รวมถึงย่านคอสเวย์เบย์ ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งของฮ่องกง

WM Hotel : โรงแรมที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งของไซกง (Sai Kung) ซึ่งเปรียบเสมือน “สวนหลังบ้านของฮ่องกง” สวรรค์อันเงียบสงบและผ่อนคลาย รายล้อมด้วยความเขียวขจีและริมน้ำ มีห้องพักจำนวน 260 ห้องที่ตกแต่งด้วยสีเขียว สีฟ้า และสีส้ม เพื่อให้เข้ากับเสน่ห์ของทะเลและดวงอาทิตย์ ทำให้ผู้พักรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ห้องพักกว่า 70% มีระเบียงมองเห็นวิวทะเล มีห้องพักหลากหลายประเภทที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น สวนส่วนตัว และดาดฟ้าส่วนตัว นอกจากนั้น ยังมีห้องยิมที่มีอุปกรณ์ครบครัน พร้อมด้วยห้องซาวน่า และห้องอบไอน้ำ ไปจนถึงสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า