“ประยุทธ์” เปิดทำเนียบต้อนรับนายกฯมาเลเซีย จับมือเดินหน้าเปิดด่านชายแดน ฟื้นฟูเศรษฐกิจสู้โควิด

“ประยุทธ์ จันทร์โอชา”เปิดทำเนียบต้อนรับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนไทยอย่างเป็นทางการ หวังเดินหน้าเปิดด่านชายแดน ส่งเสริมการค้าช่วงโควิด-19  สร้างความร่วมมือดิจิทัล- เศรษฐกิจ BCG ย้ำเดินหน้าการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ พร้อมเป็นผู้อำนวยความสะดวก

25 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงข่าวร่วมกับ ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ (The Honourable Dato’ Sri Ismail Sabri Yaakob) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย

โดย นายกฯ ระบุว่า ในนามรัฐบาลไทยตนยินดีและเป็นเกียรติ ที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อแนะนำตัวในฐานะเข้ารับตำแหน่ง ตามแนวทางปฏิบัติของผู้นำอาเซียน และถือว่าเป็นผู้นำรัฐบาลต่างประเทศคนแรก ที่เดินทางเยือนประเทศไทยหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19  ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้ง 2 ประเทศ ในฐานะเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งเดินทางมาในเวลาที่เหมาะสม ที่ทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด- 19 ที่ยั่งยืนร่วมกัน 

ไทย-มาเลย์พร้อมจับมือเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจสู้โควิด

ทั้งนี้ ตนประทับใจในความเป็นผู้นำในความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า จากความท้าทายของโรคโควิด-19 และสถานการณ์ในภูมิภาค ความมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และคำนึงถึงคนในชาติอย่างแท้จริง พร้อมแนวคิดโดยเฉพาแนวคิด มาเลเซีย แฟมิลี่ ที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความรุ่งเรือง ก้าวข้ามความแตกต่างเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ส่งเสริมความเป็นเอกภาพและสามัคคี ยืนยันความตั้งใจที่จะร่วมแรงร่วมใจ ในการเสริมสร้างความมั่นคง และมั่งคั่งของประชาชนทั้งสองประเทศ บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน หนังครอบครัวเดียวกัน 

โดยการฟื้นฟูความเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนการเดินทางระหว่างประชาชนในทั้งสองประเทศมากขึ้นอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทางของผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วโดยไม่ต้องกักกันโรค ซึ่งมาเลเซียเรียกช่องทางดังกล่าวว่า Vaccinated Travel Lane (VTL) ขณะที่ไทยได้เปิดรับผู้เดินทางจากมาเลเซียที่ฉีดวัคซีนครบ เดินทางเข้าประเทศทางอากาศโดยไม่ต้องกักตัวแล้ว ผ่านระบบ Test & Go

ไทย-มาเลย์พร้อมจับมือเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจสู้โควิด

ขณะเดียวกัน ไทยกำลังเตรียมความพร้อมเปิดการเดินทางผ่านพรมแดนทางบกเพิ่มเติม นอกจากนี้ เห็นพ้องจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อเร่งหารือรายละเอียดการเปิดพรมแดนระหว่างกัน เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหากันได้อย่างสะดวกดังเดิม ซึ่งทั้งสองพร้อมร่วมผลักดันโครงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่คั่งค้างให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ ทั้งสองเห็นพ้องจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อเร่งหารือรายละเอียดการเปิดพรมแดนระหว่างกัน เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหากันได้อย่างสะดวกดังเดิม นอกจากนี้ ทั้งสองพร้อมร่วมผลักดันโครงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่คั่งค้างให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-ด่านศุลกากรบูกิตกายูฮิตัม และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งใหม่ 

ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจและแสวงหาความร่วมมือสาขาใหม่ ๆ ทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยได้มีความร่วมมือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบของโควิด-19 ต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ส่งผลให้ปริมาณการค้าชายแดนและผ่านแดนในช่วงที่ผ่านมามีมูลค่าเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีก ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างกันที่ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568 และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 3

เพื่อขับเคลื่อนแนวทางให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องแสวงหาแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน เช่น ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งอาจใช้เป็นตัวอย่างในการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการพัฒนากับประเทศในอาเซียนได้ต่อไป

ขณะที่การพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และความมั่นคงชายแดน ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้งสองประเทศ นายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้มาเลเซียร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงอุตสาหกรรมยางพาราและฮาลาล

ไทย-มาเลย์พร้อมจับมือเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจสู้โควิด

พร้อมทั้งชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งฝ่ายมาเลเซียสนับสนุนท่าทีของไทยในการแสวงหาทางออกด้วยสันติวิธี ขับเคลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุขให้มีความคืบหน้า ตลอดจนพร้อมร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและข้ามแดน คู่ขนานไปกับการร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

พร้อมกันนี้ จะรื้อฟื้นกลไกหารือทวิภาคี ผลักดันความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกันให้มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ฝ่ายไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 14 ในเดือนมี.ค.นี้ และหวังว่าจะมีการประชุมหารือในกรอบอื่น ๆ ระหว่างกันอย่างต่อเนื่องต่อไป

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศที่สนใจร่วมกัน โดยเฉพาะบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนในประเด็นสถานการณ์ในเมียนมา เน้นย้ำการรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียนท่ามกลางความท้าทายเพื่อรักษาดุลยภาพในภูมิภาค โดยทั้งสองพร้อมร่วมมือกันในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ มาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปีนี้ด้วย ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันเจตนารมณ์ของไทยที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียในทุกระดับและทุกมิติ โดยมีประโยชน์สุขของ “ครอบครัวชาวไทยและมาเลเซีย” เป็นหมุดหมายสำคัญ

ด้านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย หวังว่าไทยและมาเลเซียจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอย่างแข็งขันในทุกระดับ และได้ขยายความร่วมมือไปยังประเด็นใหม่ๆ ของความร่วมมือ โดยเฉพาะเพื่อได้ฟื้นฟูจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด – 19 โดยเห็นด้วยกับบริบทจากการหารือกันเพื่อเปิดการเดินทางระหว่างประชาชนสองประเทศให้มากขึ้น การมุ่งส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน และการส่งเสริมกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ให้เกิดการพบปะหารือระหว่างกัน

โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะเผยแพร่แถลงข่าวร่วม (Joint Press Statement) สะท้อนเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวร่วม นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปหัตถกรรม ณ โถงกลาง ตึกสันติไมตรี และนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก