“ลูลา-โบลโซนาโร” ผู้สมัครชิงตำแหน่งปธน. 2 อันดับแรกของบราซิล เตรียมเลือกตั้งรอบสอง หลังคะแนนรอบแรกสูสี

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 2 อันดับแรกของบราซิล จะเผชิญหน้ากันในการลงคะแนนเสียงรอบที่สอง หลังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอที่จะชนะการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันอาทิตย์

ทางการบราซิลเปิดคูหาเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อลงคะแนนเสียงเลือกผู้นำบราซิลที่จะบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤติต่อจากนี้ไปอีก 4 ปี เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างนายฌาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบัน ผู้นำฝ่ายขวาจากพรรคลิเบอรัล (PL) กับนายลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีบราซิล ที่เคยดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2003-2010 จากพรรคแรงงาน (PT)

โดยผลการเลือกตั้งรอบแรกอย่างไม่เป็นทางการ หลังนับคะแนนแล้วเสร็จ 99.81% ลูลามีคะแนนนำโบลโซนาโร คว้าชัยในการเลือกตั้งรอบแรก ได้รับคะแนนเสียงขณะนี้อยู่ที่ 48.37% ต่อ 43.25% ขณะที่ผู้สมัครที่เหลืออีก 9 ราย มีถึง 7 รายที่ได้รับคะแนนเสียงไม่ถึง 1%
 
เนื่องจากผู้ที่มีคะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 อย่างลูลา ไม่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง หรือเกินร้อยละ 50 ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงทำให้ทางการบราซิลจำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งรอบที่สอง ซึ่งเป็นการเลือกตั้งรอบสุดท้าย ระหว่าง ลูลา และโบลโซนาโร เพื่อหาผู้ชนะที่จะคว้าเก้าอี้ประธานาธิบดีบราซิลอีกสมัย โดยการเลือกตั้งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ 

คะแนนที่สูสีได้สร้างความแปลกใจอย่างมาก เนื่องจากผลโพลก่อนการเลือกตั้งชี้ว่านายลูลา มีคะแนนนำขาดลอย ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็น Datafolha ที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ ระบุว่า นายลูลามีคะแนนนำคู่แข่งที่ร้อยละ 50 ต่อ 36

ทางด้านทีมผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งเผยว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใส สะท้อนเจตจำนงของประชาชนบราซิลอย่างตรงไปตรงมา โดยผู้สมัครสองคนสุดท้ายจะต้องทุ่มพลังเฮือกสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งรอบสุดท้ายจะมาถึง 
 
ก่อนหน้านี้ลูลาเคยถูกควบคุมตัว 580 วันภายในเรือนจำ หลังได้รับข้อกล่าวหาพัวพันการทุจริต เป็นเหตุให้เขาพลาดการลงชิงตำแหน่งผู้นำบราซิลในการเลือกตั้งปี 2018 ขณะที่เจ้าของฉายา โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งบราซิลอย่างโบลโซนาโรเองก็เผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะจากนักสิทธิมนุษยชนและนักสิ่งแวดล้อม หลังจากพื้นที่ป่าแอมะซอนถูกทำลายอย่างหนัก ภายหลังจากที่เขาก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิล เมื่อราว 4 ปีที่แล้ว 

นายลูลาประกาศนโยบายสนับสนุนมาตรการปกป้องป่าฝนแอมะซอน ขณะที่นายโบลโซนาโรแย้งว่าควรเปิดพื้นที่บางส่วนของป่าฝนเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าและไฟป่าเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีโบลโซนาโรดำรงตำแหน่ง นักเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศเตือนว่าหากเขาได้รับเลือกตั้งใหม่ พื้นที่ดังกล่าวอาจถึงจุดเปลี่ยน

นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระหว่างที่นายลูลาดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2003-2010 นั้นยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ

แต่ในขณะที่นายโบลโซนาโรยังต้องพึ่งพาภาคการเกษตรและธุรกิจการเกษตรในการลงคะแนนเสียงและการสนับสนุน นายลูลาจึงถือเป็นตัวเลือกที่นักเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศต้องการ ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบราซิลมีปัญหาเร่งด่วนอื่นๆ มากมาย ที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไข เช่น ราคาอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความยากจนและความหิวโหยเพิ่มขึ้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายคนยังกล่าวถึงการศึกษาและความไม่เท่าเทียมกันในระดับสูงของบราซิล ว่าเป็นประเด็นที่พวกเขาต้องการให้ประธานาธิบดีคนใหม่แก้ไข.

ที่มา รอยเตอร์บีบีซี